จะมีใครรู้บ้างว่าในชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ นั้นไม่ได้มีแต่ภาพลบว่าเป็นแหล่งยาเสพติดหรือฉกชิงวิ่งราวอย่างเดียว คนในชุมชนยังมีความรัก สามัคคี เอื้ออาทรต่อกัน อย่างไรก็ตามพบว่าในชุมชนก็ยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวและการชกต่อยทะเลาะเบาะแว้งกันเสมอ ส่วนใหญ่มีปัจจัยกระตุ้นมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดั่งคำที่ว่า “เหล้าเข้าปาก นิสัยก็เปลี่ยน"
จากสถิติการให้บริการของศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ พ.ศ. 2552 มีเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ที่ถูกกระทำทารุณเข้ารับบริการจำนวนทั้งสิ้น 26,565 ราย เพิ่ม ขึ้นจากปี พ.ศ. 2550 จำนวน 7,497 ราย เฉลี่ยผู้หญิงและเด็กถูกทำร้ายวันละ 73 ราย หรือทุก 20 นาที มีเด็ก สตรีถูกกระทำความรุนแรง 1 ราย ที่น่าตกใจคือผู้กระทำความรุนแรงเป็นคนใกล้ชิด สามี หรือคนในครอบครัวมากถึง 80 % (สำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข)
จากการให้บริการคำปรึกษาของศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรีพบว่าผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศเกิดจากผู้กระทำที่เป็นบุคคลในครอบครัว คนใกล้ชิดมากกว่าเป็นบุคคลที่ไม่เคยรู้จัก สถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่พบว่าเป็นที่พักของผู้เสียหาย แสดงให้เห็นว่าความเชื่อที่บอกว่าผู้หญิงที่เดินในที่เปลี่ยวมักถูกข่มขืนเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก
จากระบบสังคมแบบชายเป็นใหญ่ที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้สังคมมีความคาดหวังต่อบทบาทการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกัน ผู้หญิงได้รับการสั่งสอนไม่ให้แสดงออกเรื่องเพศ ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคน แม้ว่าบางครั้งเป็นการถูกข่มขืนกระทำชำเราก็ตาม หรือเมื่อสามีหรือคนรักมีความต้องการทางเพศ ผู้หญิงก็ไม่ควรขัดขืนหรือต่อรองใดๆ ตรงกันข้ามกับผู้ชายที่ไม่ค่อยจะถูกควบคุมในเรื่องนี้มากนัก การมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคนสังคมก็ไม่ได้มองเป็นเรื่องเสียหาย บางครั้งกลับเยินยอว่าเก่งที่สามารถคบหาผู้หญิงได้หลายคน แต่ถ้าผู้หญิงทำแบบเดียวกันสังคมก็จะตีตราว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี สำส่อน ผู้หญิงถูกบอกว่าต้องเป็นสมบัติของสามี ถูกบอกให้เป็นผู้ตาม ความคิดเหล่านี้ยังคงครอบคลุมอยู่ในทุกกระบวนชั้นของสังคม
ในขณะที่ประเทศไทยมี ผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมากเป็นอันดับ 3 ของโลก (ข้อมูลปี พ.ศ. 2552 จาก Grant Thornton) แต่อีกด้านหนึ่ง ตัวเลขผู้หญิงไทยที่ถูกสามีทำร้ายก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน (ข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาล 253 แห่ง ทั่วประเทศในช่วงสองปีที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ขอความช่วยเหลือเพิ่มกว่า 19,000 ราย) ไม่รวมผู้หญิงอีกนับจำนวนไม่ถ้วนที่ไม่กล้าปริปากบอกใครแม้แต่เพื่อนสนิท ว่าเธอถูกคนที่รักทำร้ายจิตใจและร่างกายจนแทบทนไม่ไหวแล้ว